1. ชื่อสมุนไพร           ขิง

          ชื่อวิทยาศาสตร์ Zingiber officinale Roscoe.

          ชื่อวงศ์           ZINGIBERACEAE

          ชื่อพ้อง           Ginger

          ชื่ออังกฤษ        Banana, Cultivated banana

          ชื่อท้องถิ่น        ขิงแกลง, ขิงแดง, ขิงเผือก, สะเอ

 

2.  ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

          พืชล้มลุก ขึ้นเป็นกอ มีเหง้าใต้ดินเป็นข้อๆ เนื้อในสีขาวหรือเหลืองอ่อน ปลายสุดของข้อจะเป็นที่แทงยอดหรือลำต้นเทียม ลำต้นเทียมสูงพ้นพื้นดินขึ้นมา 50-100 เซนติเมตร ลำต้นเทียมมีกาบหรือโคนใบหุ้ม ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกันเป็นสองแถว ใบรูปหอก ปลายใบสอบเรียวแหลม โคนใบสอบแคบและจะเป็นกาบหุ้มลำต้นเทียม ดอกช่อ ทรงกระบอก แทงขึ้นมาจากเหง้า กลีบดอกสีเหลืองอมเขียว อุ้มน้ำและหลุดร่วงไว โคนกลีบดอกม้วนห่อ ส่วนปลายกลีบผายกว้างออก ใบประดับสีเขียว มีแต้มแดงตรงโคน ดอกเกสรผู้มี 6 อัน ผลแห้ง แข็ง มี 3 พู

 

3. ส่วนที่ใช้เป็นยาและสรรพคุณ

          -ส่วนเหง้าสด     รักษาอาการแน่นจุกเสียดและอาการอาเจียน

 

4. สารสำคัญที่ออกฤทธิ์

อนุพันธ์ของ gingerol, shogaol และ diarylheptanoids  มีฤทธิ์ต้านการอาเจียน  และช่วยขับลม  นอกจากนี้สารในน้ำมันหอมระเหย เช่น menthol, cineole มีผลลดอาการจุกเสียดได้   

 

5. ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

5.1   ฤทธิ์ในการแก้อาเจียน   ขิงมีฤทธิ์แก้อาเจียนจากสาเหตุต่างๆ ดังนี้ 

       5.1.1      การอาเจียนจากเมารถเมาเรือ

          ขิงผงไม่ระบุขนาด มีผลลดอาการวิงเวียนในอาสาสมัคร 8 คน ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดอาการวิงเวียนและตากระตุกด้วยความร้อน  และขิงผง 940 มิลลิกรัมให้ผลต้านการอาเจียนดีกว่ายา dimenhydrinate ในอาสาสมัครที่ถูกปิดตาแล้วให้นั่งเก้าอี้หมุน  เมื่อให้อาสาสมัคร 80 คน รับประทานขิง 1 กรัม/วัน พบว่าเกิดอาการเมาคลื่นน้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับยาหลอก (8) นอกจากนี้ยังพบว่าการรับประทานแคปซูลขิงวันละ 1 และ 2 กรัมต่อวัน จะมีผลลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ในอาสาสมัครที่มีประวัติเมารถเมาเรือได้ดี

                 5.1.2      การอาเจียนในระหว่างตั้งครรภ์

                             ขิงมีผลลดอาการคลื่นไส้ อาเจียนในหญิงตั้งครรภ์ได้ดีเทียบเท่ากับวิตามินบี 6 และไม่พบผลข้างเคียง  เมื่อให้หญิงตั้งครรภ์ในระยะ 3 เดือนแรก จำนวน 187 คน รับประทานขิงในรูปแบบต่างๆ เช่น แคปซูล ชาชง ขิงสด และ ขิงดอง เป็นต้น พบว่ามีฤทธิ์ปานกลางในการแก้คลื่นไส้ อาเจียน ในขณะที่ไม่มีผลต่อการพิการของทารก

       5.1.3      การอาเจียนจากยามะเร็งแลการฉายรังสี

                   สารสกัดขิงด้วยอะซีโตนและ เอทานอลร้อยละ 50 มีฤทธิ์แก้อาเจียนในสุนัขที่ถูกเหนี่ยวนำให้อาเจียนด้วยยาฉีด cisplatin ซึ่งสารสกัดด้วยอะซีโตนจะมีฤทธิ์มากกว่าสารสกัดด้วย เอทานอลร้อยละ 50 ในขณะที่สารสกัดด้วยน้ำไม่มีผล อย่างไรก็ตามสารสกัดทั้งสองมีประสิทธิภาพน้อยกว่ายาต้านอาเจียน granisetron และไม่มีประสิทธิภาพในการต้านอาเจียนที่เกิดจากการกระตุ้นด้วย apomorphine   ขิงสามารถต้านการคลื่นไส้ อาเจียนในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดที่ได้รับยา compazine ได้  

       5.1.4      การอาเจียนจากสาเหตุอื่น

                   ในการศึกษาที่ให้ผู้ป่วยหญิงรับประทานแคปซูลขิงขนาด 1 กรัม  หรือขิงผงขนาด 1 กรัม  ก่อนการผ่าตัดทางนรีเวช เปรียบเทียบกับยา metoclopramide และยาหลอก พบว่าขิงและยา metocyclopramide สามารถต้านอาเจียนได้ดีกว่ายาหลอก   มีผู้ศึกษาฤทธิ์แก้อาเจียนของขิงเทียบกับ droperidol ในผู้หญิงที่ผ่าตัดทางนรีเวชผ่านกล้อง พบว่าการใช้ขิง 2 กรัม หรือ droperidol 1.25 มิลลิกรัม หรือทั้งสองอย่างมีผลลดการอาเจียนไม่แตกต่างกัน

                             เมื่อป้อนสารสกัดด้วยน้ำจากตำรับยาที่มีขิงผสมแป๊ะก๊วยและน้ำในอัตราส่วน 5:2:3 ให้หนูแรทที่ถูกเหนี่ยวนำให้อาเจียนด้วย lithium chloride พบว่าสามารถต้านอาเจียนได้  นอกจากนี้สารสกัดแอลกอฮอล์จากเหง้าและตำรับยาที่มีขิงเป็นส่วนประกอบ มีผลต้านการอาเจียนในหนูแรทที่ถูกเหนี่ยวนำด้วย  copper sulfate และในสุนัขที่ถูกเหนี่ยวนำด้วย dehydroemetine hydrochloride  

          5.2   ฤทธิ์ขับลม

                 ขิงสามารถลดอาการจุกเสียดได้ดีเนื่องจากมีน้ำมันหอมระเหยซึ่งช่วยขับลม โดยมีสารออกฤทธิ์ คือ menthol และ cineole นอกจากนี้ยังพบว่าสารสกัดด้วยอะซีโตน ได้แก่ shogaol และ gingerol สามารถทำให้เกิดการบีบรูดของลำไส้ได้ จึงช่วยขับลม

          5.3   ฤทธิ์ขับน้ำดี

       สารสกัดขิงด้วยอะซีโตน และขิงผงมีฤทธิ์ขับน้ำดี ทำให้ช่วยย่อยอาหาร โดยมีสาร borneol, fenchone, 6-gingerol และ 10-gingerol ที่มีฤทธิ์ขับน้ำดี

          5.4   ฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้

       สารสกัดด้วยน้ำและเอทานอลร้อยละ 95 มีฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้เล็กของหนูตะเภาที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดการหดเกร็งด้วยยาบางชนิด

       สารสกัดด้วยน้ำจากตำรับที่มีขิงเป็นส่วนประกอบ 2 ตำรับในความเข้มข้น 0.1 กรัม/มิลลิลิตร และ 1-5 มิลลิกรัม/มิลลิตร  มีฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้เล็กของหนูตะเภา กระต่าย และหนูเม้าส์  ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดการหดเกร็งด้วย acetylcholine, barium และ histamine  

5.5   ฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร

       เมื่อป้อนสารสกัดด้วยเอทานอลร้อยละ 95 และสารสกัดด้วยอะซีโตน ให้แก่หนูแรท มีผลต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารที่ถูกเหนี่ยวนำด้วยสารทำลายเนื้อเยื่อ, แอสไพริน, indomethacin และความเย็น  สารสกัดด้วยอะซีโตน และสารสกัดด้วย เอทานอลร้อยละ 70 มีฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารของหนูแรทที่ถูกเหนี่ยวนำด้วยความเครียดและการผูกกระเพาะอาหาร

       สารสกัดด้วยแอลกอฮอล์จากเหง้าขิง และตำรับยาตรีกฏุกซึ่งมีขิงเป็นส่วนประกอบ เมื่อฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ จะมีผลลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารของกระต่าย และลดการเกิดแผลในกระเพาะของหนูขาวที่ถูกเหนี่ยวนำด้วยแอสไพรินได้  เมื่อป้อนตำรับยาที่มีขิงเป็นส่วนประกอบ ให้แก่หนูแรทที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดแผลด้วย indomethacin พบว่ามีผลยับยั้งการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร โดยจะลดขนาดของแผล ลดปริมาณและความเป็นกรดของน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ยังเพิ่มปริมาณ hexosamine และลดปริมาณโปรตีนในน้ำย่อย แสดงถึงการเพิ่มการหลั่งเยื่อเมือกจากเยื่อบุกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งในการปกป้องกระเพาะอาหาร  

ตำรับยาที่มีขิงเป็นส่วนประกอบใช้เป็นยารักษาแผลในกระเพาะอาหารและกระเพาะอาหารอักเสบได้ แคปซูลที่มีสารสกัดขิงประกอบอยู่ร้อยละ 10-70 ใช้รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ยับยั้งการหลั่งกรด ลดความเป็นกรดตลอดจนยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ pepsin และบรรเทาอาการปวดเกร็งในกระเพาะได้

5.6   ฤทธิ์ลดการอักเสบ

       จากการศึกษาในผู้ป่วยที่เป็นโรคไขข้ออักเสบ ข้อเสื่อม และมีอาการผิดปกติทางกล้ามเนื้อ (muscular discomfort) เมื่อให้รับประทานขิงผงในหลายๆ ขนาด เป็นระยะเวลาตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 2.5 ปี พบว่าร้อยละ 75 ของผู้ป่วยโรคข้อมีอาการปวดข้อและบวมลดลง และผู้ป่วยที่มีอาการทางกล้ามเนื้อทั้งหมดหายปวด ซึ่งกลไกในการลดอาการปวดสันนิษฐานว่ามาจากการยับยั้งการสร้าง prostaglandin และ leukotriene   เมื่อให้ผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรับประทานขิง ขนาด 5 กรัม/วันติดต่อกันนาน 3 เดือน พบว่ามีผลลดอาการอักเสบ ปวดบวม และข้อขัดของผู้ป่วยได้   

                 นอกจากนี้ในการศึกษาผลของขิงในผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมเปรียบเทียบกับยา ibuprofen และยาหลอก พบว่าผู้ป่วยกลุ่มที่รับประทานสารสกัดขิง และกลุ่มที่ได้รับยา ibuprofen จะมีอาการปวดบวม และอักเสบที่ข้อน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอก แต่ขิงและยา ibuprofen ให้ผลในการรักษาไม่แตกต่างกัน  ในปัจจุบันมีการจดสิทธิบัตรตำรับยาที่มีขิงเป็นส่วนประกอบสำหรับใช้ในการรักษาโรคไขข้ออักเสบโดยไม่มีผลข้างเคียง

       เมื่อป้อนสารสกัดด้วยเอทานอลร้อยละ 80  และสารสกัดด้วยน้ำ  ให้แก่หนูแรท พบว่ามีฤทธิ์ลดการอักเสบที่อุ้งเท้าของหนูที่ถูกเหนี่ยวนำด้วย carrageenan และ formalin   เมื่อป้อนหนูแรทด้วยน้ำมันหอมระเหยจากขิง ก่อนเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรงที่เข่าและอุ้งเท้าของหนูด้วย Mycobacterium tuberculosis bacilli พบว่ามีฤทธิ์ลดการอักเสบและบวมได้  สารสกัดด้วยเมทานอล, เอทิลอะซีเตท และเฮกเซน จากเหง้าขิงสดและขิงแห้ง เมื่อเอามาทาที่ใบหูของหนูเม้าส์ จะมีฤทธิ์ลดการอักเสบในหนูเม้าส์ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดใบหูอักเสบด้วยสาร 12-O-tetradecanoylphorbol-13-acetate (TPA)

       สารสกัดด้วยไดคลอโรมีเทนจากขิงพันธุ์สีขาวและสีเหลือง เมื่อนำมาแยกส่วนสกัด พบว่าส่วนสกัดซึ่งมีองค์ประกอบทางเคมีเป็นสารกลุ่ม gingerol และอนุพันธ์ของสารกลุ่มนี้ และกลุ่ม shogaol มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้าง PGE2 ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการอักเสบ   

          5.7   ฤทธิ์แก้ไอ

       ตำรับยาที่มีขิงเป็นส่วนประกอบ มีฤทธิ์แก้ไอในแมวได้   ขิงในรูปแบบของเครื่องดื่มร้อน มีฤทธิ์แก้ไอและรักษาอาการหวัดได้  ซึ่งมีรายงานว่าสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ คือ 6-shogaol (2, 55)   เมื่อให้ผู้ป่วยที่มีอาการไอ รับประทานยาแก้ไอสมุนไพรที่มีขิงเป็นหนึ่งในส่วนประกอบร่วมกับยาปฏิชีวนะเป็นเวลา 7 วัน พบว่าผู้ป่วยมีอาการไอลดลงได้เร็วกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับประทานยาแก้ไอสมุนไพร

 

6.  อาการข้างเคียง

          ยังไม่มีรายงาน

 

7. ความเป็นพิษทั่วไปและต่อระบบสืบพันธุ์

          7.1   การทดสอบความเป็นพิษ

                 เมื่อฉีดสารสกัดด้วยเอทานอลร้อยละ 50 เข้าทางช่องท้องหนูเม้าส์ พบว่ามีความเป็นพิษมาก   ส่วนสารสกัดด้วยเอทานอลร้อยละ 90   สารสกัดด้วยเบนซีน   น้ำคั้นที่ฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ และการป้อนสารสกัดด้วยอัลกอฮอล์  ให้แก่หนูเม้าส์ และสารสกัดด้วยน้ำและเอทานอลไม่ระบุวิธีให้ เมื่อทดสอบในหนูแรทพบว่ามีพิษปานกลาง

       เมื่อฉีดสารสกัดด้วย เอทานอลร้อยละ 95 เข้าทางหลอดเลือดดำของสุนัข จะมีผลเพิ่มการทำงานของหัวใจ ชีพจร และทำให้ความดันเลือดสูงขึ้น แต่การศึกษาในสุนัขและกระต่ายด้วยขิง ไม่มีผลดังกล่าว

                 เมื่อป้อนสารสกัดด้วยน้ำจากตำรับเบญจกูลที่มีขิงเป็นส่วนประกอบ ให้แก่หนูแรททั้ง 2 เพศ พบว่าหนูเพศผู้มีน้ำหนักตัว และจำนวนเม็ดเลือดขาวน้อยกว่ากลุ่มควบคุม หนูเพศเมียที่ได้รับสารสกัดทุกขนาดและเพศผู้ที่ได้รับสารสกัด ขนาด 0.75 และ 4.5 กรัม/น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม/วัน จะมีค่า creatinine ต่ำ แต่ยังไม่พบความผิดปกติของอวัยะภายใน น้ำหนักของตับและไตมากกว่ากลุ่มควบคุม แต่ไม่มีความผิดปกติของค่าทางชีวเคมีของตับและไต  เมื่อป้อนสารสกัดด้วยน้ำจากตำรับตรีกฎุกที่มีขิงเป็นส่วนประกอบพบว่าระดับอัลบูมินและโปรตีนรวมของกลุ่มที่ได้ขิงสูงกว่ากลุ่มควบคุม แต่ไม่พบความผิดปกติของตับและไต   สารสกัดด้วยน้ำและอัลกอฮอล์จากตำรับประสะไพลที่มีขิงเป็นส่วนประกอบ ไม่พบพิษเมื่อป้อนให้แก่หนูแรท  

          7.2   พิษต่อตัวอ่อน

            เมื่อป้อนหนูขาวซึ่งตั้งท้องด้วยสารสกัดขิง และน้ำขิง ในช่วงวันที่ 6-15 ของการตั้งครรภ์ พบว่าไม่เป็นพิษต่อแม่หนูและไม่มีผลต่อตัวอ่อน แต่กลับพบว่าตัวอ่อนมีน้ำหนักและพัฒนาการของกระดูกอกและฝ่ามือมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับน้ำขิง

                 เมื่อป้อนสารสกัดด้วยเอทานอล และสารสกัดด้วยขิง แก่หนูแรทที่ตั้งท้อง พบว่าไม่ทำให้แท้ง

          7.3   การทำให้แพ้

       มีรายงานว่าขิงผง  และน้ำคั้นจากขิง  ทำให้เกิดอาการแพ้ ผื่นคันได้

 

8.  วิธีการใช้

          8.1   ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สาธารณสุขมูลฐาน)

                 8.1        วิธีการใช้ขิงรักษาอาการอาเจียน

                 ใช้เหง้าสดขนาดหัวแม่มือทุบให้แตก แล้วต้มเอาส่วนน้ำมาดื่ม

                 8.2        วิธีการใช้ขิงรักษาอาการแน่นจุกเสียด

                 ใช้เหง้าสดขนาดหัวแม่มือ (ประมาณ 5 กรัม) ทุบให้แตกต้มเอาส่วนน้ำมาดื่ม

                 นำขิงสดสามหัวโตประมาณ 5 นิ้ว ทุบพอแหลกใส่น้ำ 1 แก้ว ต้มจนเหลือ 1/2 แก้ว รินเอาน้ำมาดื่ม (83)

                 ดื่มในรูปน้ำกระสายขิง โดยนำขิง 30 กรัม มาชงกับน้ำเดือด 500 มิลลิลิตร แช่ไว้นาน 1 ชั่วโมง กรองเอาเฉพาะน้ำรับประทานครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ แก้ท้องขึ้นและปวดท้อง

                 ใช้ขิงแก่ต้มกับน้ำรับประทาน  

                 จขิงแก่ยาว 2 นิ้ว ทุบพอแหลก เทน้ำเดือดลงไป 1/2 แก้ว ปิดฝาตั้งทิ้งไว้นาน 5 นาที รินเอาแต่น้ำดื่มระหว่างมื้ออาหาร  

                 8.3        วิธีการใช้ขิงรักษาอาการไอ

                 ใช้ขิงฝนกับน้ำมะนาว และเกลือใช้กวาดคอหรือจิบบ่อยๆ  

          8.2   ยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ

                 ยาแคปซูลที่มีผงเหง้าขิง (แห้ง) 250 มิลลิกรัม และ 500 มิลลิกรัม

                 ยาผงที่มีผงเหง้าขิง (แห้ง) ซองละ 1 กรัม

                 ฤทธิ์บรรเทาอาการท้องอืด ขับลม จุกเสียด แน่นท้อง รับประทานวันละ 2 – 4 กรัม

                 ฤทธิ์บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนจากการเมารถเมาเรือ รับประทานวันละ 1 – 2 กรัม

                 ฤทธิ์บรรเทาอาการคลื่อนไส้อาเจียนหลังผ่าตัด รับประทานครั้งละ 1 กรัม ก่อนการผ่าตัด 1 ชั่วโมง