|
ชื่อวิทยาศาสตร์ |
Garcinia mangostana L. |
|
ชื่อวงศ์ |
Guttiferae |
|
ชื่ออังกฤษ |
Mangosteen |
|
ชื่อท้องถิ่น |
- |
1. ฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุท้องเสีย
สารสกัดน้ำต้มเปลือกผลมังคุดมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุอาการท้องเสีย ได้แก่ Shigella dysenteriae, Sh. flexneri, Sh. sonnei และ Sh. boydii (1-3), Escherichia coli (2-4), Streptrococcus faecalis (5, 6), Vibrio cholerae (2, 3, 5, 6), V. parahaemolyticus, Salmonella agona, S. typhi, S. typhimurium, S. stanley, S. virchow (2, 3), S.welterverdin (2) และสารสกัดน้ำต้มจากเปลือกผลความเข้มข้น 62.5 500 มก./มล. มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย V. cholerae, V. parahaemolyticus, Sh. dysenteriae, Sh. typhi และ Sh. boydii (2) แต่มีการศึกษาบางเรื่องพบว่าสารสกัดด้วยน้ำ เอทิลอัลกอฮอล์ 95% และไดเอทิลอีเทอร์ จากเปลือกผล ความเข้มข้น 105 มคก./มล. ไม่มีฤทธิ์ยับยั้ง Sh. dysenteriae, Sh. flexneri, Sh. boydii และ Sh. sonnei (7) สารสกัดปิโตรเลียมอีเทอร์จากเปลือกผลไม่มีฤทธิ์ยับยั้ง E. coli (8) และสารสกัดเอทานอลจากเปลือกผลความเข้มข้น 2.5 มก./แผ่น ไม่มีฤทธิ์ยับยั้ง E. coli (9)
2. ฤทธิ์แก้อาการท้องเสีย
สารที่พบมากที่เปลือกคือ tannin (10) มีฤทธิ์ฝาดสมาน จึงช่วยแก้อาการท้องเสีย (11) การใช้ทิงเจอร์จากเปลือกผลร่วมกับ emetine จะช่วยลดอาการบิด และลดขนาดยา emetine ที่ต้องใช้ลง (12)
3. ฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุการเกิดหนอง
สารสกัดเปลือกมังคุดมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดหนอง คือ Staphylococcus aureus (4, 8, 13-18) และ S. aureus ที่ดื้อยา methicillin (MRSA) (8, 13, 17-19) ส่วนสกัดที่ 1 จากสารสกัดปิโตรเลียมอีเทอร์จะให้ผลยับยั้งแบคทีเรียด้วยความเข้มข้นต่ำสุด (MIC) และฆ่าแบคทีเรียด้วยความเข้มข้นต่ำสุด (MBC) ต่อ MRSA ได้ดีกว่า methicillin ถึง 20 เท่า และ 100 เท่า ตามลำดับ แต่ให้ผลยับยั้งและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (MIC และ MBC) ต่อ S. aureus เท่ากับ methicillin (8)
โลชันที่ประกอบด้วยสารสกัดจากเปลือกผล 0.75% และสบู่เหลวที่ประกอบด้วยสารสกัดอัลกอฮอล์จากเปลือกผล 0.15% มีฤทธิ์ยับยั้ง S. aureus (16)
4. สารสำคัญในการออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียสาเหตุการเกิดหนอง
สารผสมของ mangostin และอนุพันธ์ สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดหนอง คือ Staphylococcus aureus ทั้งสายพันธุ์ปกติ และสายพันธุ์ที่ดื้อต่อ penicillin (20-23) และพบว่า isomangostin มีฤทธิ์น้อยที่สุด (21) สำหรับสาร mangostin มีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อ Staphylococcus aureus ปกติ และ Staphylococcus aureus สายพันธุ์ที่ดื้อต่อ penicillin โดยค่า MIC 7.8 มก./มล. ส่วนสาร Gartanin, g-mangostin, 1-isomangostin และ 3-isomangostin ต้องใช้ความเข้มข้นสูงกว่า (22, 23) สารผสมของ mangostin, mangostin จากเปลือกผล และ a-mangostin จากเปลือกต้น มีฤทธิ์ยับยั้ง MRSA (24, 25) และ Enterococci ที่ดื้อต่อ vancomycin (VRE) (25) เมื่อใช้ a-mangostin ร่วมกับ gentamycin หรือใช้ร่วมกับ vancomycin hydrochloride จะมีผลร่วมกันในการต้าน VRE และ MRSA ตามลำดับ (25)
5. ฤทธิ์รักษาแผล
Mangostin จากผลมังคุดมีผลรักษาแผลในหนูขาวได้ (26) ครีม GM1 ประกอบด้วยสารสกัดจากมังคุด มีคุณสมบัติใช้ในการรักษาแผล แผลติดเชื้ออักเสบ และแผลในผู้ป่วยเบาหวาน (13)
6. ฤทธิ์ลดการอักเสบ
สารสกัดจากมังคุดมีฤทธิ์ลดการอักเสบในหนูถีบจักร (27) และหนูขาว (28) ที่ถูกเหนี่ยวนำให้อุ้งเท้าบวมด้วย carrageenan ลดบวมได้ 45% (27, 28) ยางจากมังคุดประกอบด้วย xanthones > 75% มีฤทธิ์ลดการอักเสบ (19) Mangostin, 1-isomangostin และ mangostintriacetate จากมังคุด เมื่อกรอกปากหรือฉีดเข้าช่องท้องหนูขาว มีผลระงับการอักเสบที่อุ้งเท้าหนูซึ่งใช้ carrageenin ทำให้อักเสบ และการอักเสบที่หลังเมื่อฝังก้อนสำลี (cotton pellet implantation) ในหนูที่ตัดต่อมหมวกไตออกทั้ง 2 ข้าง สารทั้ง 3 ตัว ไม่มีผลต่อ stabilize mast cell membrane และไม่สามารถป้องกันการสลายตัวของ mast cells ของหนู เนื่องจากการใช้ polymyxin B, diazoxide, teiton X- 100 และไม่เปลี่ยนแปลง prothrombin time (26) สารสกัดเอทานอล 40%, 70%, 100% และสารสกัดน้ำ (29), g-mangostin (30, 31) และ a-mangostin (31) มีกลไกการออกฤทธิ์ไปยับยั้งการสร้าง prostaglandin E2 (PGE2) (29-31) นอกจากนั้น g-mangostin ยังออกฤทธิ์ยับยั้ง cyclooxygenase 1 และ 2 ความเข้มข้นของสารที่ออกฤทธิ์ยับยั้งได้ 50% เท่ากับ 0.8 และ 2.0 ไมโครโมล ตามลำดับ (30) และสารสกัดด้วยเอทานอล 40% จากเปลือกผล ขนาด 100 และ 300 มคก./มล. ออกฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งฮีสตามีนจากเซลล์ที่ถูกกระตุ้นได้มากกว่า 80% (29)
Mangostin และอนุพันธ์ที่ละลายน้ำได้ 2 ชนิด มีฤทธิ์ต้านการอักเสบของข้อ โดยไปยับยั้งขั้นตอนที่ก่อให้เกิดการอักเสบในเนื้อเยื่อขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่กลไกการยับยั้งการสลายของ hyaluronic acid โดยอนุมูลอิสระไฮดรอกซิลจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน (32)
ครีม GM1 ประกอบด้วยสารสกัดจากมังคุด มีฤทธิ์ต้านการอักเสบได้เป็น 3 เท่าของแอสไพริน (13)
7. หลักฐานความเป็นพิษและการทดสอบความเป็นพิษ
7.1 การทดสอบความเป็นพิษ
เมื่อให้หนูถีบจักรกินสารสกัดจากมังคุด พบว่าความเข้มข้นของสารสกัดที่ทำให้หนูตายครึ่งหนึ่งเท่ากับ 9.37 ก./กก. สารสกัดมังคุดที่ความเข้มข้นสูงสุด 20 ก./กก. ไม่ทำให้หนูถีบจักรตายภายในเวลา 3 วัน เมื่อศึกษาพิษเรื้อรังของสารสกัดที่ความเข้มข้น 2, 4 และ 8 ก./กก./วัน มีผลทำให้หนูตาย 14.29, 16.67 และ 42.86% ตามลำดับ และน้ำหนักไตเพิ่มขึ้น (27)
7.2 พิษต่อตับ
ฉีดสาร mangostin ในมังคุดเข้าหนูในขนาด 200 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม สารนี้จะไปลดปริมาณเอนไซม์ glutamic oxaloacetic transaminase (SGOT) และ glutamic pyruvic transaminase (SGPT) หลังการฉีดสาร 12 ชั่วโมง เมื่อเปรียบเทียบกับ paracetamol โดยป้อนอาหารที่มีสาร mangostin แก่หนูในขนาด 1.5 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม พบว่า paracetamol เพิ่ม SGOT และ SGPT มากกว่า mangostin โปรตีนในตับของหนูที่ทดสอบด้วย paracetamol ลดลง ในขณะที่หนูที่ทดสอบด้วย mangostin ค่าไม่เปลี่ยนแปลง (33)
7.3 ฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์
สารสกัดด้วยเมทานอล 50% ไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ต่อเชื้อ Salmonella typhimurium TA98 และ TA100 (34)
7.4 ฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์
สารสกัดด้วยเมทานอล 50% มีฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์จากสาร 2-(2-fluryl)-3(5-nitro-2-fluryl)acrylamide (AF2) ต่อเชื้อ S. typhimurium TA98 และ TA100 (34) แต่สารสกัดด้วยน้ำร้อนไม่มีฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์จากสาร AF2 และ 4-nitroquinoline-l-oxide (4-NQO) ต่อเชื้อ S. typhimurium TA98 (35)
การใช้มังคุดรักษาอาการท้องเสีย
1. ใช้เปลือกผลตากแห้งต้มกับน้ำปูนใส นำน้ำมาดื่ม (36)
2. ใช้เปลือกผลตากแห้งฝนกับน้ำดื่ม (37)
3. ใช้เปลือกผลตากแห้งฝนกับน้ำ ให้เด็กดื่มครั้งละ 1-2 ช้อนชา ทุก 4 ชั่วโมง และผู้ใหญ่ ครั้งละ 4 ช้อนโต๊ะ ทุก 4 ชั่วโมง (38)
เอาเปลือกมังคุดตากแห้งฝนกับน้ำปูนใส ใช้ทาแผลพุพอง แผลเน่าเปื่อย (39-43)
1. Praserdsook S, Sukchotiratana M. Effect of some medicinal plant extracts on the growth of dysenteric bacteria. Symposium on Sciences and Technology of Thailand,12th, Bangkok, Thailand, Oct. 20-22,1986.
2. จริยา สินเดิมสุข สมเกียรติ ดีกิจเสริมพงศ์. ฤทธิ์ในการต้านแบคทีเรียของสารสกัดจากเปลือกมังคุดต่อกลุ่มแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคท้องร่วงและกลุ่มแบคทีเรียประจำถิ่นในลำไส้. วารสารกรมการแพทย์ 2532;14(6):421-6.
3. จริยา สินเดิมสุข สมเกียรติ ดีกิจเสริมพงศ์ วีณา จารุปรีชาชาญ. เปรียบเทียบประสิทธิภาพในการรักษาโรคอุจจาระร่วงระหว่างใบฝรั่งและเปลือกมังคุด. วารสารเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 2532;16(2):32-5.
4. Chaiyasothi T, Reksopha W. Effect of some medicinal plants. Special Project for the Degree of B. Sc. (Pharm), Faculty of Pharmacy, Mahidol University, Thailand, 1975.
5. Garnett M, Sturton SD. G. mangostana in the treatment of amoebic dysentery. Chinese Med J 1932;46(10):969-73.
6. Gritsanapan W, Chulasiri M. A preliminary study of antidiarrheal plants: I. Antibacterial activity. Mahidol Univ J Pharm Sci 1983;10(4):119-22.
7. สุรีย์ ประเสริฐสุข มรกต สุกโชติรัตน์. ผลของสารสกัดจากพืชสมุนไพรบางชนิดที่มีต่อการเจริญของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคบิด. การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 12 กรุงเทพฯ, 2529:344-5.
8. Sutabhaha B, Darntrakoon U, Furuya T, Nagumo T. The inhibitory activities of mangosteens pericarb extract on methicillin-resistant Staphylococcus aureus. Bull Chiang Mai Assoc Med Sci 1997;30(1):S40-6.
9. Voravuthikunchai S, Lortheeranuwat A, Jeeju W, Sririrak T, Phongpaichit S, Supawita T. Effective medicinal plants against enterohaemorrhagic Escherichia coli O157:H7. J Ethnopharmacol 2004;94:49-54.
10. Heim F, Maheu J, Matrod L. The value of the pericarps of Garcinia mangostana L. in the tanning industry. Bull Arg Intelligence 1919;10:1256-7.
11. Reynolds JEF; ed. Martindale: The extra pharmacopocia. London: The Pharmaceutical Press, 1989:779pp.
12. Garnett M, Sturton SD. Garcinia mangostana in the treatment of amoebic dysentery. Chinese Med J 1932;46(10):969-73.
13. ธวัชชัย เชื้อประไพศิลป์ พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา เมตตา องค์สกุล และคณะ. ประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ธรรมชาติในทางการแพทย์. การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 19, จ.สงขลา, 27-29 ต.ค. 2536.
14. จันจิรา อินตรา อนุสรา รอตรักษา. การพัฒนาสบู่เหลวสมุนไพรต้านเชื้อแบคทีเรีย. โครงการพิเศษ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล, 2542.
15. ประสิทธิ์ ธราวิจิตรกุล. ฤทธิ์ต้านแบคทีเรียของสารสกัดจากเปลือกมังคุด. สัมมนาวิชาการเทคโนโลยีชีวภาพเภสัชกรรม ครั้งที่ 2 การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อการแพทย์แผนไทย, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 21-23 มิ.ย. 2543:142.
16. ณัฐพันธุ์ ตันตินฤพงษ์ ตุลาภรณ์ ม่วงแดง. การพัฒนาสบู่สมุนไพรต้านเชื้อ. โครงการพิเศษ คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล, 2543.
17. Surassmo S, Tantichaiwanit S, Banmai S, Chomnawang MT. Antibacterial activity of medicinal plants against methicillin-resistant Staphylococcus aureus. The 20th Congress of Federation of Asian Pharmaceutical Associations (FAPA), Bangkok, Thailand, Nov. 30 Dec. 3, 2004:236.
18. ศุภยางค์ วรวุฒิคุณชัย หลิน กิจพิพิธ. ฤทธิ์ต้านเชื้อของสารสกัดสมุนไพรไทยต่อ clinical isolates ของ methicillin-resistant Staphylococcus aureus. วารสารสงขลานครินทร์ วทท. 2548;27(ฉบับพิเศษ):525-34.
19. Dharmaratne HRW, Piyasena KGNP, Tennakoon SB. A geranylated biphenyl derivative from Garcinia mangostana. Nat Prod Res 2005;19(3):239-43.
20. วิลาวัลย์ มหาบุษราคัม ฉวีวรรณ จันสกุล วราคม ไชยยศ พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา. สารเคมีจากเปลือกมังคุดและฤทธิ์ในการต้านแบคทีเรีย. การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 8, กรุงเทพฯ, 2525.
21. วิลาวัลย์ มหาบุษราคัม พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา เสาวลักษณ์ พงษ์ไพจิตร. ฤทธิ์ในการต้านแบคทีเรียของสารเคมีในเปลือกผลมังคุดและอนุพันธ์. การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 10, จ.เชียงใหม่, 25-27 ต.ค. 2527.
22. Mahabusarakam W, Wiriyachitra P, Phongpaichit S. Antimicrobial activities of chemical constituents from Garcinia mangostana Linn. J Sci Soc Thailand 1986;12(4):239-43.
23. Mahabusarakum W, Phongpaichit S, Jansakul C, Wiriyachitra P. Screening of antibacterial activity of chemicals from Garcinia mangostana. Warasan Songkhla Nakkharin 1983;5(4):337-9.
24. เสาวลักษณ์ พงษ์ไพจิตร เมตตา องค์สกุล ลัดดา นิลรัตน์ ประสิทธิ์ ธราวิจิตรกุล ศิริพรรณ บุญชู ธวัชชัย เชื้อประไพศิลป์ พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา. ฤทธิ์ของสารสกัดจากเปลือกมังคุดต่อ Stapylococcus aureus ที่ดื้อต่อยา methicillin (MRSA) และ Enterococcus species. วารสารสงขลานครินทร์ 2537;16(4):399-405.
25. Sakagami Y, Iinuma M, Piyasena KGNP, Dharmaratne HRW. Antibacterial activity of a-mangostin against vancomycin resistant Enterococci (VRE) and synergism with antibiotics. Phytomedicine 2005;12:203-8.
26. Shankaranarayan D, Gopalakrishnan C, Kameswaran L. Pharmacological profile of mangostin and its derivatives. Arch Int Pharmacodyn Ther 1979;239(2):257-69.
27. ณัฏฐิยา พงศ์ผาสุก. การพัฒนาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบเพื่อใช้เป็นยาทาภายนอก. รายงานการวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ, 2546.
28. Pongphasuk N, Chitcharoenthum M, Khunkitti W. Anti-inflammatory and activities of the extract from Garcinia mangostana Linn. The 3rd World Congress on Medicinal Plant and Aromatic Plants for Human Welfare, Chiang Mai, Thailand, 3-7 Feb 2003:543.
29. Nakatani K, Atsumi M, Arakawa T, Oosawa K, Shimura S, Nakahata N, Ohizumi Y. Inhibitions of histamine release and prostaglandin E2 synthesis by mangosteen, a Thai medicinal plants. Biol Pharm Bull 2002;25(9):1137-41.
30. Nakatani K, Nakahata N, Arakawa T, Yasuda H, Ohizumi Y. Inhibition of cyclooxygenase and prostaglandin E2 synthesis by g-mangostin, a xanthone derivative in mangosteen, in C6 rat glioma cells. Biochem Pharmacol 2002;63(1):73-9.
31. Oizumi Y, Arakawa T, Osawa K, Shimura S. Cyclooxygenase inhibitor containing Garcinia mangostana extract or mangostin, and foods and beverages containing the inhibitor. Patent: Jpn Kokai Tokkyo Koho JP 2002 47,180, 2002:6pp.
32. Hutadilok N. Studies on the effect of mangostin and its derivatives on hyaluronic acid degradation in vitro. Songklanakarin J Sci Technol 1992;14(2):149-56.
33. Sornprasit A, et al. Preliminary toxicological study of mangostin. Songklanakarin J Sci Technol 1987;9(1):51-7.
34. บังอร ศรีพานิชกุลชัย. การศึกษาฤทธิ์กลายพันธุ์และฤทธิ์ต้านการกลายพันธุ์ของพืชสมุนไพร. รายงานการวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ, 2538.
35. อมรศรี ชาญปรีชากุล และคณะ. การต้านสารก่อกลายพันธุ์ของสารสกัดน้ำจากพืชสมุนไพรชนิดที่สามารถนำมาปรุงเป็นเครื่องดื่ม. รวมบทคัดย่องานวิจัย การแพทย์แผนไทยและทิศทางการวิจัยในอนาคต สถาบันการแพทย์แผนไทย, 2543:109.
36. กองวิจัยทางการแพทย์. สมุนไพรพื้นบ้าน ตอนที่ 1. กรุงเทพฯ: กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, 2526:85.
37. ก. กุลฑล. ตำรายาพื้นบ้าน. กรุงเทพฯ: ปรีชาการพิมพ์, 2524:45.
38. วีณา ศิลปอาชา. ตำรายาพื้นบ้าน. กรุงเทพฯ: โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเอง, 2529:16.
39. หมอชีวกโกมารทัจจ์. ตำรายาวิเศษ. กรุงเทพฯ: ชัยมงคลการพิมพ์, 2517:27
40. บวร เอี่ยมสมบูรณ์. ดงไม้. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์รุ่งเรืองธรรม, 2518:247.
41. พระภิกษุสุเทพ แพทอง. แบบสัมภาษณ์ผู้ใช้โดยโครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเอง.
42. พระหอม. แบบสัมภาษณ์ผู้ใช้โดยโครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเอง.
43. พระเทพวิมลโมลี. ตำรายาพื้นบ้าน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มงกุฏราชวิทยาลัย, 2524:80.