1. ชื่อสมุนไพร           มังคุด

          ชื่อวิทยาศาสตร์ Garcinia mangostana L.

          ชื่อวงศ์           GUTTIFERAE

          ชื่อพ้อง           ไม่มี

          ชื่ออังกฤษ        Mangosteen

          ชื่อท้องถิ่น        ไม่มี

 

2. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ไม้ยืนต้นสูง 10-12 เมตร ทุกส่วนมียางสีเหลือง ใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้าม เป็นรูปไข่หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน เนื้อใบหนาและค่อนข้างเหนียวคล้ายหนัง หลังใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ท้องใบสีอ่อนกว่า ดอกเป็นดอกเดี่ยว แตกออกที่ซอกใบ ใกล้ปลายกิ่ง ดอกแยกเพศ แยกต้น กลีบเลี้ยงสีเขียวอมเหลือง ติดทนจนถึงเป็นผล กลีบดอกสีแดง ฉ่ำน้ำ เกสรตัวผู้มีจำนวนมาก ผลเป็นผลสด ค่อนข้างกลม เปลือกหนา เนื้อในผลมีสีขาวขุ่น

 

3. ส่วนที่ใช้เป็นยาและสรรพคุณ

          - เปลือกผล       แก้ท้องเสีย รักษาแผล

 

4. สารสำคัญที่เชื่อว่าเป็นสารออกฤทธิ์

          Tannin มีฤทธิ์ฝาดสมานช่วยแก้ท้องเสีย สาร mangostin และอนุพันธ์ สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดหนอง ใช้รักษาแผล และ xanthones มีฤทธิ์ลดการอักเสบ

 

5. ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

          5.1   ฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของอาการท้องเสียและฤทธิ์แก้อาการท้องเสีย

                 สารสกัดด้วยน้ำต้มจากเปลือกผลมังคุดมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของท้องเสีย ได้แก่ โรคบิด  อาหารเป็นพิษ อหิวาห์และไทฟอยด์ แต่การศึกษาบางแห่งพบว่าสารสกัดด้วยน้ำ เอทิลอัลกอฮอล์ร้อยละ 95 และไดเอทิลอีเทอร์ จากเปลือกผล ไม่มีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคบิด  สารสกัดด้วยปิโตรเลียมอีเทอร์และเอทานอลจากเปลือกผลไม่มีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดอาหารเป็นพิษ  สารที่พบมากที่เปลือกคือ tannin มีฤทธิ์ฝาดสมาน ช่วยแก้อาการท้องเสีย  การใช้ทิงเจอร์จากเปลือกผลร่วมกับ emetine จะช่วยลดอาการโรคบิด และลดขนาดยา emetine ที่ต้องใช้ลง

          5.2   ฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและสารสำคัญในการออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดหนอง

                   สารสกัดเปลือกมังคุดมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดหนองทั้งชนิดที่ไม่ค่อยดื้อยา และที่ดื้อยามาก โลชั่นที่ประกอบด้วยสารสกัดจากเปลือกผลมังคุดความแรงร้อยละ 0.75  และสบู่เหลวที่ประกอบด้วยสารสกัดด้วยอัลกอฮอล์จากเปลือกผลความแรงร้อยละ 0.15 มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียนี้เช่นกัน = โดยคาดว่าฤทธิ์นี้เกิดจากสารสำคัญ mangostin และอนุพันธ์  mangostin จากเปลือกผล และ a-mangostin จากเปลือกต้นเมื่อใช้ร่วมกัน จะมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยานี้ และยังไวต่อเชื้อแบคทีเรียที่มักดื้อต่อยา vancomycin ด้วย  เมื่อใช้ a-mangostin ร่วมกับยา gentamycin หรือ vancomycin จะช่วยเสริมฤทธิ์ต้านเชื้อให้มากขึ้น   

          5.3   ฤทธิ์รักษาแผล

                 Mangostin จากผลมังคุดมีผลรักษาแผลในหนูแรทได้  ครีม GM1 ซึ่งประกอบด้วยสารสกัดจากมังคุดมีคุณสมบัติใช้ในการรักษาแผลติดเชื้ออักเสบ และแผลเรื้อรังในผู้ป่วยเบาหวาน

          5.4   ฤทธิ์ลดการอักเสบ

       สารสกัดจากมังคุดมีฤทธิ์ลดการอักเสบในหนูเม้าส์ และหนูแรท ที่ถูกเหนี่ยวนำให้อุ้งเท้าบวม โดยลดบวมได้ร้อยละ 45   ยางจากมังคุดที่ประกอบด้วย xanthones มากกว่าร้อยละ 75  มีฤทธิ์ลดการอักเสบ  mangostin, 1-isomangostin และ mangostintriacetate จากมังคุด เมื่อป้อนหรือฉีดเข้าช่องท้องหนูแรท จะมีผลระงับการอักเสบที่อุ้งเท้าหนู  โดยสารทั้ง 3 ตัวดังกล่าวไม่มีผลยับยั้งการหลั่งสารสื่อที่ทำให้เกิดการอักเสบและการแพ้  แต่สารสกัดด้วยเอทานอลร้อยละ 40 จากเปลือกผล ที่ขนาด 100 และ 300 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร สามารถยับยั้งการหลั่งสารสื่อนี้ได้  นอกจากนี้ยังพบว่า g-mangostin และ a-mangostin  มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเอนไซม์ซึ่งทำหน้าที่สร้างสารสื่อที่ทำให้เกิดอาการอักเสบและปวด

                 Mangostin และอนุพันธ์ที่ละลายน้ำได้อีก 2 ชนิด มีฤทธิ์ต้านการอักเสบของข้อ โดยยับยั้งที่บางขั้นตอนของกระบวนการอักเสบในเนื้อเยื่อโดยไม่ได้ยับยั้งอนุมูลอิสระซึ่งอาจไปทำลายเซลล์ใกล้เคียงอันเป็นส่วนประกอบของข้อได้

                 ครีม GM1 ซึ่งประกอบด้วยสารสกัดจากมังคุด มีฤทธิ์ต้านการอักเสบป็น 3 เท่าของแอสไพริน

 

6. อาการข้างเคียง

          ยังไม่มีรายงาน

 

7.  การทดสอบความเป็นพิษ

          7.1   การทดสอบความเป็นพิษ

                 เมื่อให้หนูเม้าส์กินสารสกัดจากมังคุด พบว่าเกิดความเป็นพิษน้อย สารสกัดมังคุดที่ความเข้มข้นสูงสุด 20 กรัม/กิโลกรัม ไม่ทำให้หนูเม้าส์ตายภายในเวลา 3 วัน แสดงว่าสารสกัดมังคุดมีความปลอดภัยเมื่อรับประทานเพียงครั้งเดียว ในการศึกษาพิษเรื้อรังของสารสกัดที่ความเข้มข้น 2, 4 และ 8 กรัม/กิโลกรัม/วัน พบว่ามีผลทำให้หนูตายร้อยละ 14.29, 16.67 และ 42.86 ตามลำดับ และหนูมีน้ำหนักไตเพิ่มขึ้น                    

7.2   พิษต่อตับ

                 เมื่อฉีดสาร mangostin จากมังคุดให้หนูด้วยขนาด 200 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม สารนี้จะไปลดปริมาณเอนไซม์ที่บ่งชี้ถึงความเป็นพิษต่อตับ ได้แก่ glutamic oxaloacetic transaminase (SGOT หรือ aspartate aminotransferase, AST) และ glutamic pyruvic transaminase (SGPT หรือ alanine aminotransferase, ALT) หลังการฉีดสารสกัดไป 12 ชั่วโมง  และเมื่อเปรียบเทียบกับพาราเซตามอล โดยป้อนอาหารที่มีสาร mangostin แก่หนูในขนาด 1.5 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม พบว่าพาราเซตามอลมีผลเพิ่มเอนไซม์เหล่านี้มากกว่า mangostin  โปรตีนในตับของหนูที่ทดสอบด้วยพาราเซตามอลมีปริมาณลดลง ในขณะที่หนูที่ทดสอบด้วย mangostin มีค่าไม่เปลี่ยนแปลง แสดงว่า mangostin ในขนาดที่ทำการทดสอบไม่เป็นพิษต่อตับ

 

8. วิธีการใช้

8.1   ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สาธารณสุขมูลฐาน)

          ก      ใช้รักษาอาการท้องเสีย โดยใช้เปลือกผลตากแห้งต้มกับน้ำปูนใส รินเอาเฉพาะ น้ำมาดื่ม  หรือใช้เปลือกผลตากแห้งฝนกับน้ำ ให้เด็กดื่มครั้งละ1-2 ช้อนชา ทุก 4 ชั่วโมง และผู้ใหญ่ ครั้งละ 4 ช้อนโต๊ะ ทุก 4 ชั่วโมง
               ใช้รักษาแผล โดยเอาเปลือกมังคุดตากแห้งฝนกับน้ำปูนใส ใช้ทาแผลพุพอง หรือ แผลเน่าเปื่อย

8.2   ยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ

                            ไม่มี