1. ชื่อสมุนไพร           น้อยหน่า

          ชื่อวิทยาศาสตร์ Annona squamosa L.

          ชื่อวงศ์           ANNONACEAE

          ชื่อพ้อง           ไม่มี

          ชื่ออังกฤษ        Sugar apple, Sweet sop, Custard apple

          ชื่อท้องถิ่น        เตียบ, น้อยแน่, มะนอแน่, มะแน่, มะออจ้า, มะโอจ่า, ลาหนัง, หน่อเกล๊าะแซ, หมักเขียบ

2. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

          ไม้ยืนต้นขนาดเล็ก แตกกิ่งก้านสาขา เปลือกต้นเกลี้ยง สีเทาอมน้ำตาล ใบเดี่ยวรูปรี เรียงสลับไปตามข้อต้น ดอกเดี่ยว ออกตามซอกใบ ห้อยลง กลีบเลี้ยง 3 กลีบ กลีบดอก สีเหลืองอมเขียว รูปหอก มี 6 กลีบ เรียง 2 ชั้น ชั้นละ 3 กลีบ หนาอวบน้ำ เกสรตัวผู้และรังไข่จำนวนมาก ผลเป็นผลกลุ่ม รูปกลมป้อม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3-4 นิ้ว เปลือกผลเป็นสีเขียว ผิวขรุขระ เป็นปุ่มกลมนูนเชื่อมต่อกัน เนื้อผลสีขาว เมล็ดรูปไข่สีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม

 

3. ส่วนที่ใช้เป็นยาและสรรพคุณ

          -ส่วนใบและเมล็ด          ใช้รักษาเหา

 

4. สารสำคัญที่ออกฤทธิ์

          สารสำคัญของเมล็ดน้อยหน่าที่ฆ่าแมลงและไข่ของแมลงได้คือ annoninneoannonin, squamocin, annonareticin, squamostatin E, squamostatin B1 และ flavonoid

 

5.  ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

          5.1   ฤทธิ์ฆ่าเหา

                 สารสกัดด้วยปิโตรเลียมอีเทอร์  คลอโรฟอร์ม และเอทานอลจากใบและเมล็ด ผสมในน้ำมันมะพร้าวในสัดส่วนต่างๆ จะมีฤทธิ์ฆ่าเหา โดยสารสกัดด้วยปิโตรเลียมอีเทอร์จะออกฤทธิ์ดีที่สุด ส่วนของเมล็ดจะมีฤทธิ์ดีกว่าใบ และสารสกัดที่ได้จากเมล็ดน้อยหน่าบดกับน้ำมะพร้าวในอัตราส่วน 1:2 จะให้ผลดีที่สุด สามารถฆ่าเหาได้ร้อยละ 98  การทดสอบในอาสาสมัครที่ลองใช้ครีมหมักผมซึ่งมีสารสกัดด้วยปิโตรเลียมอีเทอร์จากเมล็ดในความเข้มข้นร้อยละ 20 พบว่าให้ผลฆ่าเหาได้ดีกว่ายา 25% benzyl benzoate emulsion ซึ่งเป็นยาที่ใช้ฆ่าเหาโดยทั่วไป   อย่างไรก็ตามครีมที่เก็บไว้เป็นเวลานานจะมีประสิทธิภาพลดลง แต่ยังคงมากกว่าร้อยละ 70  เมื่อทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ในรูปแชมพูพบว่าความเข้มข้นที่ออกฤทธิ์ฆ่าเหาบนศีรษะได้ดีและรวดเร็ว คือ ขนาดความเข้มข้นร้อยละ 10 โดยน้ำหนัก จะฆ่าเหาได้ร้อยละ 90.14 ภายในเวลา 10 นาที และร้อยละ 91.64 ภายในเวลา 20 นาที

          5.2   ฤทธิ์ในการฆ่าแมลง

                 สารสกัดจากเมล็ดและใบน้อยหน่า ส่วนของใบบดเป็นผงคลุกกับเมล็ดถั่วเขียว (ในอัตราส่วนพืช 2 กรัม ต่อเมล็ดถั่วเขียว 20 กรัม) และ ยาฆ่าแมลงศัตรูพืชที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากน้อยหน่าและสะเดา มีฤทธิ์ฆ่าแมลงศัตรูพืช เช่น tobacco caterpillar (Spodoptera litura) ไข่ ตัวอ่อน และ ตัวเต็มวัยของไรขาวในพริก เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน  ตั๊กแตน (Nephoteltix virescen) (21)  ไข่แมลงวันผลไม้ (oriental fruit fly)  ด้วงถั่วเหลือง 

       สารสกัดด้วยน้ำจากเมล็ดในความเข้มข้นร้อยละ 10 สามารถฆ่าแมลงสาบ และ ที่ความเข้มข้น 30% จะมีฤทธิ์ฆ่าตัวอ่อนแมลงสาบได้

       น้ำมันจากเมล็ดที่ความเข้มข้นร้อยละ 5 และร้อยละ 10  มีฤทธิ์ฆ่ายุง Culex fatigans ได้  ส่วนสารสกัดด้วยน้ำจากเมล็ด และสารสกัดด้วยเอทานอลจากเมล็ดและใบ จะมีฤทธิ์ฆ่าลูกน้ำยุงลาย (Aedes aegypti) ได้ร้อยละ 100 ใน 48 ชั่วโมง  นอกจากนี้พบว่าสารสกัดเอทานอลจากเมล็ดมีผลฆ่าตัวอ่อนและตัวแก่เต็มวัยของเห็บในวัวและควายได้  ส่วนสารสกัดด้วยเอทิลอะซีเตทและสารสกัดด้วยเอทานอล มีฤทธิ์ฆ่าหมัดในสุนัข  สารสกัดด้วยเอทิลอีเทอร์จากเมล็ด น้ำมันจากเมล็ด  ยังมีฤทธิ์ยับยั้งแมลงที่ทำลายผ้า ได้แก่ Tinea pellionella,  Anthrenus verbasci  และ A. flavipes

 

6. อาการข้างเคียง

          ยังไม่มีรายงาน

 

7. ความเป็นพิษทั่วไปและต่อระบบสืบพันธุ์

          7.1   การทดสอบความเป็นพิษ

                 เมื่อให้สารสกัดส่วนที่อยู่เหนือดินด้วยร้อยละ 50 เอทานอล โดยการฉีดเข้าช่องท้องหนูเม้าส์ พบว่ามีพิษปานกลาง  น้ำคั้นจากเมล็ดและใบ เมื่อกรอกเข้าปากให้หนูเม้าส์ ขนาด 10 กรัมต่อน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม ไม่ทำให้เกิดพิษถึงตาย และ เมื่อนำน้ำคั้นจากใบมาฉีดเข้าเส้นเลือดดำสุนัขขนาดสูง (300 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม) จะทำให้ความดันโลหิตเปลี่ยนแปลงบ้างแต่ผลที่ได้ไม่คงที่ การทดสอบโดยการป้อนน้ำคั้นจากเมล็ดให้หนูแรท พบว่ามีพิษเพียงเล็กน้อย  หนูแรทที่กินสารสกัดน้ำจากใบ ขนาด 3 กรัมต่อน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม ไม่พบพิษใดๆ และไม่พบหนูตาย  ข้อมูลดังกล่าวจึงอาจสรุปได้ว่าน้ำคั้นจากเมล็ดและใบน้อยหน่ามีพิษน้อยมากหากให้โดยการรับประทาน  แต่การฉีดเข้าร่างกายจะมีพิษปานกลาง

          7.2   ผลต่อตา

                 การทดสอบโดยการหยอดน้ำคั้นและน้ำมันจากเมล็ดและใบในตากระต่ายพบว่าไม่เป็นอันตรายต่อตา  แต่สารสกัดจากใบและเมล็ดจะทำให้เยื่อตาขาวแดง เยื่อตาขาวรอบกระจกตาบวมอย่างช้าๆ ในขณะที่การตอบสนองของม่านตาและกระจกตายังเป็นปกติ

          7.3   ผลต่อผิวหนัง

                 จากการทดสอบในกระต่ายพบว่าน้ำยาสกัดจากใบและเมล็ดด้วยน้ำ น้ำมัน คลอโรฟอร์ม และเอทานอล ไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง  แต่น้ำยาสกัดจากเมล็ดในน้ำมันมะพร้าวมีอันตรายต่อผิวหนังปานกลาง  สารสกัดด้วยปิโตรเลียมอีเทอร์จากใบและเมล็ด และสารสกัดด้วยอีเทอร์จากเมล็ด เมื่อทดสอบกับกระต่ายจะทำให้ผิวหนังกระต่ายร้อนแดง (erythema) และบวมขึ้นอย่างช้าๆ 

          7.4   ผลต่อระบบสืบพันธุ์

                 เมื่อให้หนูแรทเพศเมียกินสารสกัดด้วยแอลกอฮอล์และน้ำในอัตราส่วน 1:1  ขนาด 100 มิลลิกรัม/กิโลกรัม พบว่ามีพิษต่อตัวอ่อน และมีฤทธิ์ต้านการฝังตัวของไข่   แต่เมื่อให้สารสกัดด้วยน้ำจากเมล็ดกับหนูแรทที่ตั้งท้อง ไม่พบอันตรายใดๆ

 

8.  วิธีการใช้

8.1   การใช้น้อยหน่ารักษาเหาตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สาธารณสุขมูลฐาน)

       สามารถทำได้ 2 วิธี คือ

ก      นำใบน้อยหน่า 3-4 ใบ ตำให้ละเอียดคลุกกับเหล้าขาวหรือเหล้าโรง คั้นเอาแต่น้ำมาทาให้ทั่วศีรษะ แล้วใช้ผ้าคลุมไว้ 10 นาที แล้วใช้หวีสางออก  

ข      บดเมล็ดน้อยหน่ากับน้ำมะพร้าว ในอัตราส่วน 1:2 กรองเอาน้ำไปทาให้ทั่วศีรษะ ใช้ผ้าโพกไว้ 1-2 ชั่วโมง

       ข้อควรระวัง

       การใช้ควรระวังไม่ให้น้ำยาเข้าตา เพราะจะทำให้เยื่อบุตาอักเสบได้

8.2   ยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ

                            ไม่มี