เพก

 

ชื่อวิทยาศาสตร์            Oroxylum indicum (L.) Kurz

วงศ์                              Bignoniaceae

ชื่อพ้อง                         -

ชื่ออื่นๆ                   กาโด้โด้ง ด๊อกก๊ะ ดอก๊ะ ดุแก เบโก มะลิดไม้ มะลิ้นไม้ ลิดไม้ ลิ้นฟ้า หมากลิ้นก้าง หมากลิ้นซ้าง อึ่งกา Broken bone, Damoclestree, Indian trumpet flower

 

หลักฐานความเป็นพิษและการทดสอบความเป็นพิษ

1. การทดสอบความเป็นพิษ

มีการทดลองกรอกสารสกัดรากเพกาด้วยน้ำร้อนแก่หนูเพศผู้ในขนาด 1 โมล/กก. มีรายงานว่าทำให้เกิดพิษ (1) Dhar และคณะ ทำการทดลองฉีดสารสกัดฝักเพกาด้วยเอทานอลและน้ำ (1:1) และสารสกัดรากเพกาด้วยเอทานอลและน้ำ (1:1) เข้าช่องท้องหนู พบว่าสารสกัดในขนาดสูงสุดที่หนูสามารถทนได้ (maximum tolerated dose) คือ 100 มก./กก. และ 1 ก./กก. ตามลำดับ (2) ธีระยุทธ  ได้ทำการทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันของสารสกัดเปลือกเพกาด้วยเอทานอล (70%) โดยการฉีดเข้าช่องท้องและกรอลงกระเพาะหนูถีบจักรในขนาด 100 มก./กก.น้ำหนักตัว พบว่าสารสกัดไม่ทำให้เกิดพิษเฉียบพลันในหนู และเมื่อทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันโดยใช้สารสกัดในขนาดสูงขึ้น คือ 400 และ 800 มก./กก.น้ำหนักตัว พบว่าสารสกัดไม่ทำให้เกิดพิษเฉียบพลันเมื่อให้โดยการกรอกลงกระเพาะหนู แต่ทำให้เกิดพิษเฉียบพลันได้เมื่อฉีดเข้าช่องท้อง (3) สำหรับความเป็นพิษกึ่งเฉียบพลันของสารสกัด พบว่าเมื่อกรอกสารสกัดลงกระเพาะหนูถีบจักรในขนาด 400 และ 800 มก./กก.น้ำหนักตัว ทุกวันเป็นเวลา 30 วัน  พบว่าไม่ทำให้เกิดพิษเฉียบพลันในหนู (4)

2. ฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์

จากการตรวจสอบฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ โดยวิธี Ames’test จากผลการทดลองพบว่าสารสกัดในขนาดสูงสุดที่ทำการทดสอบ (2 มก./จานเพาะเชื้อ) ไม่มีคุณสมบัติในการก่อให้เกิดการ กลายพันธุ์ (4) อมรศรี และคณะ พบว่าสารสกัดเพกาที่ได้จากการต้มมีฤทธิ์ต้านการกลายพันธุ์ เมื่อทดสอบโดยวิธี Ames’test (5)

การประเมินความเป็นพิษของสารสกัดจากเพกาโดยวิธี somatic mutationand recombination test ในแมลงหวี่ พบว่าสารสกัดเพกาในขนาด 120 มก./มล. สามารถก่อให้เกิด somatic mutation ได้  โดยพบว่าแมลงหวี่ที่ได้รับสารสกัดมีจำนวนจุดบนปีกน้อยลง เมื่อเปรียบเทียบกับแมลงหวี่กลุ่มควบคุม (6) และมีรายงานว่าส่วนสกัดอัลกอฮอล์ของเพกาเมื่อนำมาทำปฏิกิริยากับเกลือไนไตรท์ในสภาวะแวดล้อมที่เป็นกรดแล้วนำมาทดสอบการกลายพันธุ์ พบว่าผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นมีฤทธิ์ก่อการกลายพันธุ์ (7-9)

 

เอกสารอ้างอิง

1.      Debelmas AM, Hache J.  Toxicity of several medicinal plants of Nepal including some behavioral and central nervous system effects.  Plant Med Phytother 1976;10:128-38.

2.      Dhar ML, Dhar MM, Dhawan BN, Mehrotra BN, Ray C.  Screening of Indian plants for biological activity: part I.  Indian J Exp Biol 1968;6:232-47.

3.      ธีระยุทธ กลิ่นสุคนธ์.  รายงานความก้าวหน้าโครงการวิจัยสมุนไพรที่ใช้รักษาโรคเขตร้อน (ครั้งที่ 1): โครงการย่อย “การวิจัยด้านพิษวิทยา”.  การสัมมนาเรื่อง “การพัฒนาการใช้สมุนไพรทางคลินิก และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของสมุนไพรที่ใช้รักษาโรคเขตร้อน” 26-27 ก.พ. 2530, มหาวิทยาลัยมหิดล.

4.      ธีระยุทธ กลิ่นสุคนธ์.  รายงานความก้าวหน้าโครงการวิจัยสมุนไพรที่ใช้รักษาโรคเขตร้อน (ครั้งที่ 2): โครงการย่อย “การวิจัยด้านพิษวิทยา”.  การสัมมนาเรื่อง “การพัฒนาการใช้สมุนไพรทางคลินิกและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของสมุนไพรที่ใช้รักษาโรคเขตร้อน” 26-27 ก.พ. 2530, มหาวิทยาลัยมหิดล.

5.      อมรศรี ช่างปรีชากุล อริศรา เวชกัลยามิตร มาลิน จุลศิริ ปัญญา เต็มเจริญ.  การต้านสารก่อกลายพันธุ์ของสารสกัดน้ำจากพืชสมุนไพรชนิดที่สามารถนำมาปรุงเป็นเครื่องดื่ม. Special project, Faculty of pharmacy, Mahidol university,1991.

6.      นิตยา ศรีทอง แก้ว กังสดาลอำไพ.  การประเมินความเป็นพิษของสารสกัดจากเพกาโดยวิธี somatic mutationand recombination test ในแมลงหวี่. การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 19, 27-29 ต.ค. 2536 หาดใหญ่ สงขลา.

7.      Leamworapong C.  Effect of a food preservative nitrite on mutagenicity of Thai medicinal plants using the Ames test. MS thesis,  Ann Abst Mahidol Univ, 1989.

8.      แก้ว กังสดาลอำไพ วรรณี โรจนโพธิ์.  การประเมินฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ของสมุนไพรไทยในรูปของยาตำรับสามัญประจำบ้านแผนโบราณตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขและสมุนไพรบางชนิด โดยวิธีเอมส์เทสต์.  การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 3, 3-4 ธันวาคม 2533, สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขแห่งชาติ.

9.      แก้ว กังสดาลอำไพ วรรณี โรจนโพธิ์. การประเมินฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ของสมุนไพรไทยในรูปของยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข และสมุนไพรบางชนิด โดยวิธีเอมส์เทสต์. รายงานผลการวิจัยเอกสารด้านการแพทย์แผนไทย โดยศูนย์ประสานงาน การพัฒนาการแพทย์และเภสัชกรรมแผนไทย กระทรวงสาธารณสุข, 2538:14-5.