สมุนไพรกับการรักษาโรคน้ำกัดเท้า

 athletes foot rash

                โรคน้ำกัดเท้า (athlete’s foot) คือ โรคที่มีอาการคันบริเวณง่ามนิ้วเท้าซึ่งเกิดจากการติดเชื้อราที่เท้า (Tinea
pedis)  โดยมีสาเหตุมาจากการที่เท้าต้องแช่น้ำสกปรกเป็นเวลานาน หรือมีความชื้นบริเวณเท้าอยู่ตลอดเวลา  ทำให้
เกิดอาการเท้าเปื่อย  ลอก  แดง  แสบและคัน  ซึ่งเมื่อเกาหรือถู  อาจทำให้เกิดแผลถลอก  ทำให้เกิดการติดเชื้อราที่
ก่อให้เกิดโรคผิวหนังได้  ตามตำรายาไทยมีสมุนไพรไทยหลายชนิดที่นิยมนำมาใช้เพื่อรักษาโรคผิวหนังที่เกิดจาก
เชื้อรา สำหรับการรักษาโรคน้ำกัดเท้านั้น จะใช้ใบสดของต้นเทียนบ้าน
(Impatiens balsamina Linn.) ตำพอกหรือ
ทาบริเวณที่เป็นแผลน้ำกัดเท้า หรือใช้เมล็ดของสีเสียดเหนือ
(Acacia catechu (Linn.f.) Willd) ฝนทาบริเวณแผลน้ำ
กัดเท้าจนกว่าจะหาย หรือใช้เปลือกมังคุดแห้งฝนกับน้ำปูนใสให้ข้นๆ พอควร  ทาแผลน้ำกัดเท้า  วันละ  
2 - 3  ครั้ง
โดยมีข้อควรระวังคือ ควรล้างเท้าฟอกสบู่ให้สะอาด และเช็ดให้แห้ง หรือเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ก่อนทายาสมุนไพร

                การศึกษาทางคลินิกเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการรักษาโรคเชื้อรา
บนผิวหนังของน้ำมันจากเปลือกส้มเลี้ยงกับการรักษาด้วยยา
  imidazole  derivative
cream  พบว่าน้ำมันที่สกัดได้จากส่วนเปลือกของส้มเกลี้ยงมีประสิทธิภาพในการ
รักษาเชื้อราบนผิวหนังได้ดีเทียบเท่ากับการใช้ยา
 imidazole derivative cream  โดย
ให้ทาในรูปแบบ
 25%  emulsion of oil bitter orange (OBO)  หรือ  20%  oil bitter orange in alcohol  วันละ  3  ครั้ง
หรือการทาน้ำมันเปลือกส้มเกลี้ยงโดยตรง   
(100% oil bitter orange)   วันละครั้ง เป็นเวลา  1 - 3  สัปดาห์  โดย
ปราศจากอาการข้างเคียง และเมื่อทำการทดสอบในหลอดทดลอง
(in vitro) พบว่าน้ำมันจากเปลือกของส้มเกลี้ยงมี
ฤทธิ์ยับยั้งเชื้อรา
Trichophyton rubrum และ Epidermatophyton floccosum ซึ่งเป็น
สาเหตุของโรคน้ำกัดเท้าได้  

                การศึกษาประสิทธิภาพในการรักษาโรคน้ำกัดเท้าของสารสกัด ajoene จาก
กระเทียม พบว่าการให้
 ผู้ป่วยทาเจลที่มีส่วนผสมของ ajoene 1.0% ให้ผลในการ
รักษาดีกว่าการรักษาด้วยครีม
1% terbinafine โดยพบว่าในวันที่ 30 ของการศึกษา
ผู้ป่วยกลุ่มที่ทาเจลที่มีส่วนผสมของ
ajoene 1.0% มีอาการดีขึ้นคิดเป็น 100% ในขณะที่ผู้ป่วยกลุ่มที่ทาครีม  1%
terbinafine ดีขึ้นเพียง 88% อย่างไรก็ตามผู้ป่วย 5 คนระบุว่ามีการแสบร้อนบริเวณแผลหลังจากทาเจล ajoene 1.0%

                การศึกษาทางคลินิกถึงประสิทธิภาพในการรักษาโรคน้ำกัดเท้าของ tea tree oil
พบว่า tea tree oil เข้มข้น 25 และ 50% ทาวันละสองครั้ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ช่วยบรรเทา
อาการได้
72 และ 68% ตามลำดับ และการเปรียบเทียบผลการรักษาผู้ป่วยโรคน้ำกัดเท้า
ระหว่างครีม
  Oleozon
Ò   ซึ่งมีน้ำมันดอกทานตะวันเป็นส่วนประกอบหลัก   กับครีม
 Nizoral
Ò พบว่าการทาครีม OleozonÒ วันละสองครั้ง เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ทำให้อาการโรค
น้ำกัดเท้าดีขึ้นคิดเป็น
75% ในขณะที่การรักษาด้วยครีม Nizoral
Ò  ดีขึ้นคิดเป็น 81%

                จะเห็นได้ว่า มีสมุนไพรหลายชนิดดังที่ได้กล่าวมาแล้วคือ เทียนบ้าน สีเสียดเหนือ มังคุด กระเทียม น้ำมัน
เปลือกส้มเกลี้ยง น้ำมันดอกทานตะวัน และ
tea tree oil มีศักยภาพในการรักษาโรคน้ำกัดเท้า และต้านเชื้อราที่เป็น
สาเหตุของโรคน้ำกัดเท้า  ซึ่งสามารถหาได้ง่าย  และได้มีการทดลองในรูปแบบยาเตรียมที่เหมาะสมเพื่อใช้ในการ
รักษาบ้างแล้ว แต่ทางที่ดีควรป้องกันไม่ให้เกิดโรคขึ้น ซึ่งสามารถทำได้โดยการหมั่นรักษาความสะอาดบริเวณเท้า
หากจำเป็นต้องย่ำน้ำควรใส่รองเท้าบู๊ท หรือถ้าต้องย่ำน้ำโดยไม่ได้ใส่รองเท้าบู๊ท หลังจากย่ำน้ำแล้วควรรีบล้างเท้า
ทำความสะอาด แล้วเช็ดให้แห้งโดยเฉพาะตามซอกนิ้วเท้า หากเท้ามีบาดแผล ควรชะล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ก็จะช่วย
ป้องกันโรคน้ำกัดเท้าได้

รูปภาพจาก

http://www.consultantlive.com/display/article/10162/37269

http://www.smokeschool.net/toenail.htm

http://www.anniesremedy.com/herb_detail42.php

http://www.siamnt.net/blog/garlic/

http://www.ladyissue.com/index.php?mo=3&art=470303